สังคมเมืองขยายตัว โอกาสและผลกระทบ

0
2143

จากรายงานของ Euromonitor ได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2030 ประชากรของโลกเราจะมีจำนวนถึง 8.5พันล้านคนโดยจะมีการเพิ่มขึ้นประมาณ14.1% หรือ 1 พันล้านคนในช่วงระหว่างปี 2017-2030 และด้วยอัตราการขยายตัวนี้จะทำให้ผู้สูงอายุ (65+) เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันถึง 53.4% หรือ 3.3 พันล้านคน

จากการเพิ่มขึ้นดังกล่าวจะทำให้สังคมเมืองเกิดการขยายตัวตามไปด้วย โดยในปี 2030  มากกว่า 61.2% ของประชากรโลกทั้งหมดจะเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตเมืองและจะทำให้เกิดเมืองขนาดใหญ่ทั่วโลกกว่า 30 แห่งโดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆสำหรับการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในสังคมเมืองที่มีกำลังซื้อจะเพิ่มขึ้น โดยได้มีการวิจัยถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อสังคมเมืองขยายตัว

shutterstock_231214222

1.ผู้คนจะครองตัวเป็นโสดกันมากขึ้น
2.การเพิ่มขึ้นของครอบครัวเดี่ยวและการมีบุตรช้า
3.การขยายของชนชั้นกลางและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
4.การเข้าถึงการศึกษาที่ดีขึ้น
5.การเชื่อมต่อระบบการสื่อสารที่ดีขึ้น
6.อสังหาริมทรัพย์มีราคาสูงขึ้นพื้นที่อยู่อาศัยลดลง
7.ความต้องการในการใช้สาธารณูปโภค
8.การพักผ่อนและการออกกำลังลดลง
9.ปัญหาสภาพแวดล้อมจะเพิ่มขึ้น
10.ช่องว่างระหว่างฐานะจะเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกันที่การขยายตัวของสังคมเมืองจะถึงขีดสูงสุด โลกก็จะเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยในปี 2019

ประชากรผู้ที่มีอายุเกิน65ปีจะมีอัตราส่วนสูงกว่าเด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งการเข้าสู่งสังคมผู้สูงวัยนี้จะส่งผลโดยตรงกับสัดส่วนของประชากรวัยทำงานที่ลดลงซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและรายจ่ายภาครัฐในเรื่องของสวัสดิการในด้านสุขภาพและเงินชดเชิยต่างๆที่จะเพิ่มขึ้นแต่ในทางกลับกันประชากรสูงวัยก็กลุ่มนี้ก็จะกลายเป็นผู้บริโภคและแรงงานกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างอุปสงค์และโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆในสังคม

shutterstock_345680966

เราสามารถใช้เทคโนโลยีในการเตรียมตัวเข้าสู่งสังคมผู้สูงอายุ ได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบบ้านอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพจากพื้นที่ห่างไกล การใช้หุ่นยนต์ในการเป็นผู้ช่วย ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เองที่จะเป็นตัวช่วยให้ให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองโดยเกิดผลกระทบในด้านสุขภาพและความปลอดภัยน้อยที่สุด บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Google, Honeywell, IBM และ Nokia ได้มีการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี “ageing-in-place” ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือเข้าสู่ระบบอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับข้อมูลเรื่องสุขภาพและสวัสดิการของผู้ใช้ได้มากขึ้น

 

15731995_10154802680482207_2808887760603311513_o
Teeppipat Buamuenvai
Corporate Communications Manager
IPG Mediabrands Thailand