“หนังสือพิมพ์” ปรับตัวเข้าสู่ยุคออนไลน์

0
2826

บทความโดย กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี
Khanokkhan.Prajongsangsri@mbww.com / Aunnop.duangmanee@mbww.com

สมัยนี้อะไร ๆ ก็ต้องเข้าสู่ยุคออนไลน์กันแล้ว รวมไปถึงสื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์หลาย ๆ หัวที่เพิ่มการรุกตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยล่าสุดหนังสือพิมพ์เก่าแก่อย่างบ้านเมืองก็ประกาศเลิกพิมพ์เป็นเล่มแล้วหันมารุกตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง ในขณะที่หนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่มีอยู่ในปัจจุบันแต่ละหัวต่างเน้นการนำเสนอข่าวที่อยู่ในกระแส และรวดเร็วตามรูปแบบ รวมถึงแนวทางที่ถนัดเช่น แนวข่าวทั่วไป ข่าวการเมือง ข่าวธุรกิจ เป็นต้น ดังนั้นในฉบับนี้ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative จึงขอนำข้อมูลความเคลื่อนไหวของกลุ่มหนังสือพิมพ์ออนไลน์ว่าหัวไหน และแนวไหนที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านกันบ้าง

messageimage_1488530787107

จากข้อมูลล่าสุดของเดือนมกราคม 2560 ที่เก็บข้อมูลโดย Truehits.net พบว่า “ข่าวสด” เป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด โดยมีจำนวนเข้าชมเวปไซต์ต่อวันสูงถึง 9.78 แสนครั้ง ตามมาด้วย “ไทยรัฐ” ที่มีจำนวนเข้าชม 5.06 แสน อันดับสามคือ “ผู้จัดการ” มีจำนวนเข้าชม 4.30 แสน ในขณะที่ “เดลินิวส์” มีจำนวนเข้าชม 3.30 แสน ซึ่งจะเห็นได้ว่าหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่อยู่ในระดับหัวแถวจะเป็นกลุ่มการนำเสนอแนวข่าวทั่ว ๆ ไปแทบทั้งสิ้น  ยกเว้นเพียงหนังสือพิมพ์ออนไลน์ “คมชัดลึก” ซึ่งเน้นแนวข่าวทั่ว ๆ ไปเช่นกันหลุดไปเป็นอันดับ 7 ด้วยจำนวนเข้าชมเพียง 1.27 แสนเท่านั้น ในขณะที่หนังสือพิมพ์ออนไลน์แนวการเมือง “มติชน” สามารถสอดแทรกเข้ามาเป็นอันดับที่ 5 โดยมีจำนวนเข้าชม 2.41 แสน สำหรับกลุ่มหนังสือพิมพ์ออนไลน์แนวธุรกิจนำโดย “โพสต์ทูเดย์” มีจำนวนเข้าชม 2.10 แสน ตามมาด้วยหนังสือพิมพ์ออนไลน์ “ประชาชาติธุรกิจ” ที่นำเสนอคอนเทนท์ข่าวแนวธุรกิจแบบรายวันสอดแทรกด้วยบทความจากแบบเล่มที่เป็นราย 3 วันมีจำนวนเข้าชม 1.07 แสน สำหรับหนังสือพิมพ์ข่าวออนไลน์ภาคภาษาอังกฤษ “บางกอกโพสต์” ติดอยู่ในอันดับ 9 มีจำนวนเข้าชม 8.6 หมื่นตบท้ายอันดับ 10 กับหนังสื่อพิมพ์ออนไลน์แนวธุรกิจก็คือ “กรุงเทพธุรกิจ” มีจำนวนเข้าชมต่อวันที่ 8.2 หมื่น

เป็นที่น่าสังเกตุว่า สิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ “หนังสือพิมพ์ออนไลน์” เหล่านี้มียอดการเข้าชมที่สูงมาจากการใช้โซเชียลเนตเวิร์คโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ “เฟซบุ๊ค” เป็นฐานในการดึงผู้อ่านให้เข้าชมข่าวสารต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเห็นว่า  5 สำนักข่าวออนไลน์ในระดับต้น ๆ ต่างมีจำนวนผู้ติดตามในเฟซบุ๊คสูงทั้งสิ้น อาทิ ข่าวสด มีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 10.7 ล้านคน ไทยรัฐ มีจำนวนผู้ติดตาม 7.12 ล้านคน ผู้จัดการ มีจำนวนผู้ติดตาม 1.13 ล้านคน มติชน มีจำนวนผู้ติดตาม 8.73 แสนคน และเดลินิวส์ มีจำนวนผู้ติดตาม  1.45 ล้านคน   ดังนั้นหากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ต้องการจำนวนการเข้าชมที่สูงขึ้นก็ควรนำเรื่องของการสร้างฐานในโซเชียลเนตเวิร์คมาพิจารณาด้วยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ คอนเทนท์ต้องมีความน่าสนใจรวมไปถึงกลยุทธ์ของแอดมินเฟคบุ๊คแต่ละรายด้วยว่า จะสามารถดึงดูดให้คนเข้าชมเวปไซต์ได้มากหรือน้อยขนาดไหน

messageimage_1488530801333

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปริมาณการเข้าชมเวปไซต์จะสามารถบ่งบอกถึงความนิยมในเวปไซต์นั้น  ๆ ได้ก็ตาม แต่อีกสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่ก็คือ การใช้เวลาในแต่ละเวปไซต์ เพราะจะสามารถสะท้อนได้ถึงความมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ และมีคุณค่าในการติดตามอ่าน ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่าเวปไซต์ที่ผู้อ่านใช้เวลาเฉลี่ยสูงที่สุดคือ “ผู้จัดการ” ด้วยเวลาเฉลี่ยถึง 6.24 นาที ตามมาด้วยเวปไซต์ “บางกอกโพสต์” ด้วยเวลาเฉลี่ยที่ 5.56 นาที อันดับ 3 เป็นเวปไซต์ “ไทยรัฐ” ด้วยเวลาเฉลี่ยที่ 5.41 นาที อันดับต่อมาเป็นเวปไซต์ “เดลินิวส์” และ “แนวหน้า” ที่ใช้เวลาเฉลี่ยเท่ากันที่ 5.36 นาที The Nation ใช้เวลาเฉลี่ยที่ 5.25 นาที “ฐานเศรษฐกิจ” ด้วยเวลาเฉลี่ย 5.14 นาที และ “ข่าวหุ้น” กับเวลาเฉลี่ยที่ 5.02 นาที ในขณะที่เวปไซต์ที่มียอดเข้าชมสูงสุดอย่าง “ข่าวสด” มีการใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 3.43 นาทีเท่านั้น

จากข้อมูลดังกล่าว จึงน่าจะเป็นแนวทางให้กับผู้สนใจในการลงโฆษณาในแต่ละเวปไซต์ว่า หากต้องการลงทุนโฆษณานอกจากจะพิจารณาถึงเวปไซต์ที่กลุ่มเป้าหมายสนใจแล้ว ก็ควรพิจารณาควบคู่ทั้งปริมาณ และคุณภาพไปด้วย เพื่อให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด