ธุรกิจการค้าออนไลน์ อนาคตรุ่ง

0
1431

บทความโดย กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี
Khanokkhan.Prajongsangsri@mbww.com / Aunnop.duangmanee@mbww.com

ดูเหมือนว่า ธุรกิจ E-Commerce หรือธุรกิจการค้าออนไลน์ในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากความก้าวหน้าของอินเตอร์เนต และระบบโทรศัพท์ไร้สาย ทำให้มีจำนวนผู้เข้าถึงระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 30 ล้านคนในปัจจุบัน  ส่งผลให้ธุรกิจ E-Commerce มีการแข่งขันกันสูงเพื่อแย่งชิงผู้บริโภคที่สามารถสั่งซื้อสินค้าหรือบริการได้ทุกที่ และทุกเวลา

นอกจากนี้ผู้ประกอบการในประเทศไทยเริ่มมีการให้บริการซื้อสินค้าก่อน แล้วค่อยเก็บเงินเมื่อสินค้าส่งถึงผู้บริโภคเรียบร้อยแล้วหรือที่เรียกว่า ระบบการชำระเงินปลายทาง (Cash on delivery: COD) ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่ไม่เคยหรือไม่กล้าซื้อของออนไลน์ หันมาจับจ่ายใช้สอยทางออนไลน์จนเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิคส์ เปิดเผยว่า มูลค่าของ E-Commerce แบบ B2C ในประเทศไทยเมื่อปี 2557 มีมูลค่าถึง 411,715 ล้านบาท และในปี 2558 ได้ประเมินมูลค่าไว้ถึง 474,648 ล้านบาท ด้วยความน่าสนใจดังกล่าวทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative จึงได้นำข้อมูลการเข้าเวปไซต์เพื่อซื้อของออนไลน์ของคนไทยมาให้ได้อ่านกัน

61

จากตารางแรกเป็น 10 เวปไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ทั้งของที่มีฐานการค้าอยู่ในประเทศไทย และต่างประเทศที่คนไทยให้ความสนใจ และเข้าไปใช้บริการกันบ่อย ๆ จะเห็นว่า Lazada.co.th ซึ่งเป็นเวปไซต์ที่รวบรวมร้านค้าหลายๆ ร้านเข้ามาเป็นผู้ขายได้รับความนิยมสูงสุดตามมาด้วย Kaidee.com ที่เป็นเวปไซต์สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขายรายย่อยได้มาพบปะเพื่อตกลงซื้อขายสินค้าทั้งของเก่า และใหม่มาเป็นอันดับที่ 2 ส่วนอันดับ 3 ถึงอันดับ 6 เป็นเวปไซต์ที่ได้รับความนิยมในทั่วโลกอย่าง Alibaba.com, Aliexpress.com, Amazon.com และ Ebay.com อันดับ 7 และอันดับ 8 กลับมาเป็นของเวปไซต์ของไทย Weloveshopping.com และ Tarad.com ซึ่งเป็นเวปไซต์ที่รวบรวมร้านค้าของผู้ค้าเข้ามาไว้ด้วยกัน ตบท้ายด้วยเวปไซต์ขายอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ และคอมพิวเตอร์ Advice.co.th และ JIB.co.th ที่สอดแทรกเข้ามาติดกลุ่มท็อปเท็นได้สำเร็จ

62

กราฟต่อมา จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของจำนวนผู้เข้าเวปไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีฐานอยู่ในประเทศไทย 10 อันดับของเดือนมกราคม 2016 เปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2016 ที่เพิ่งผ่านพ้นมาว่า มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งจากการสำรวจพบว่า Lazada.co.th มียอดการเข้าเวปไซต์ที่สูงขึ้นจาก 24 ล้านครั้งเพิ่มขึ้นเป็น 29 ล้านครั้ง Kaidee.com ก็มีการเติบโตขึ้นเช่นกันจาก 11 ล้านครั้งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 12.3 ล้านครั้งส่วนเวปไซต์ Weloveshopping.com มีจำนวนผู้เข้าเวปไซต์ลดลงจาก 8 ล้านครั้งลดลงมาเหลือ 6.2 ล้านครั้ง ในขณะที่ Tarad.com, JIB.co.th, Central.co.th และ Cdiscount.co.th ล้วนแต่มียอดการเข้าชมเวปไซต์ที่เพิ่มขึ้น ที่ตกลงอย่างมากคือ Itruemart.com ซึ่งน่าจะมีผลมาจากการปรับเปลี่ยนมาใช้ชื่อเป็น Wemall.com ทำให้ยอดการเข้าชมเวปไซต์ตกลงมาจาก 5.1 ล้านครั้งเหลือเพียง 1.9 ล้านครั้ง

อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ รวมถึงการขยายตัวของระบบอินเตอร์เนต และระบบโทรศัพท์ที่พัฒนายิ่งขึ้น ยิ่งจะส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจ E-Commerce มีแนวโน้มจะเติบโตเพิ่มมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการในประเทศที่จะพัฒนาธุรกิจ E-Commerce ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคสินค้าผ่านระบบ E-Commerce ให้มีช่องทางการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้น มีความสะดวกสบาย และปลอดภัยในการใช้บริการมากยิ่งขึ้นด้วย