พฤติกรรมการรับชมดิจิตอลทีวี

0
1599

บทความโดย กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี
Khanokkhan.Prajongsangsri@mbww.com / Aunnop.duangmanee@mbww.com

ในฉบับที่ผ่านมาได้เขียนถึงประเภทของรายการ และเรตติ้งเฉลี่ยในช่วงไพร์มไทม์ซึ่งถือเป็นช่วงขุมทองของดิจิตอลทีวีกันไปแล้ว คราวนี้ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative จะมาขยายรายละเอียดว่า การรับชมทีวีดิจิตอลของชาย และหญิงอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศช่วงตั้งแต่ก่อนไพร์มไทม์คือ ตั้งแต่ 18.00 น.ล่วงไปจนถึงเวลา 24.00 น. โดยแยกเป็น Weekday และ Weekendนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร และแต่ละช่องใช้รายการประเภทไหนมาเป็นแม่เหล็กในการดึงผู้ชมกันบ้าง

51

ทีมงานจะนำเสนอข้อมูลการรับชมดิจิตอลทีวีออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงก่อนไพร์มไทม์ตั้งแต่ 18.00 น.ไปจนถึง 20.00 น. ของช่วง Weekday ซึ่งจะเห็นว่ามี  5 ช่องหลักที่มีเรตติ้งโดดเด่นได้แก่ ช่อง 7 โดยได้เรตติ้งมาจากละครไทยก่อนข่าวภาคค่ำมีเรตติ้งสูงสุดที่ 3.399 ช่อง Workpoint ได้เรตติ้งตามมาสูสีกับช่อง 3HD จนสามารถแซงขึ้นเป็นอันดับ 2 จากช่วงนำเสนอรายการเกมโชว์ ปริศนาฟ้าแลบ ด้วยเรตติ้งสูงสุดที่ 2.433 ส่วนช่อง 3 HD มีเส้นกราฟที่ค่อนข้างจะนิ่ง ๆ ตั้งแต่ช่วง 18.00 น. ไปจนถึง 20.00 น. โดยได้เรตติ้งมาจากละครไทยก่อนข่าวสูงสุดอยู่ที่ 1.531 สำหรับช่อง One มี    เรตติ้งในช่วงหลัง 19.00 น. ขยับสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนพุ่งขึ้นถึง 2.046 ในช่วงก่อน 20.00 น. จากรายการประเภทแข่งขันร้องเพลง ศึกวันดวลเพลง ช่องที่โดดเด่นเป็นอันดับ 5 ในช่วงนี้คือ Mono29 ได้เรตติ้ง 0.919 จากรายการภาพยนตร์ต่างประเทศ

และเมื่อเข้าถึงช่วง 20.00 น. เป็นต้นไป ช่อง 7 ก็ยังคงรักษาความเป็นผู้นำมาอย่างต่อเนื่องขยับ     เรตติ้งไปจนถึง 5.216 ด้วยรายการละครไทยช่วงไพร์มไทม์ ในขณะที่ช่อง 3 HD เริ่มไต่ระดับจนขึ้นมาเป็นอันดับ 2 กับเรตติ้ง 2.651 จากละครไทยเช่นกัน ในขณะที่อันดับ 3 เป็นของช่อง Workpoint ที่ใช้วาไรตี้โชว์ และละครไทยเข้ามาเป็นกลยุทธ์ดึงผู้ชมในช่วงไพร์มไทม์ แต่เรตติ้งกลับดิ่งลงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับช่อง One ซึ่งใช้ละครไทยมาสู้ในช่วงไพร์มไทม์เรตติ้งก็ตกลงเช่นกัน ที่โดดเด่นขึ้นมาในช่วงไพร์มไทม์ก็คือ ช่อง Amarin TV ที่รายการประเภทคุยข่าว ทุบโต๊ะข่าว สามารถทะลุขึ้นมาใกล้เคียงกับช่อง Mono29 ที่ใช้ซีรีย์จากต่างประเทศมาดึงผู้ชมที่ไม่นิยมบริโภคละครไทยในช่วงไพร์มไทม์ ส่วนช่อง 8 ก็โดดเด่นพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับที่ 5 ในช่วงไพร์มไทม์ด้วยเรตติ้ง 0.519 จากละครไทย อย่างไรก็ตาม 2 ช่องใหญ่อย่างช่อง 7 และช่อง 3 ก็ยังคงครองความนิยมเป็นอันดับ 1 และ 2 ไปได้จนถึงช่วง Late night

52

มาถึงในช่วง Weekend กันบ้าง ซึ่งจะเห็นถึงพฤติกรรมการชมรายการดิจิตอลทีวีของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในช่วงก่อนไพร์มไทม์ช่อง Workpoint ได้รายการชิงช้าสวรรค์ไมค์ทองคำปี 4 มาดันเรตติ้งเฉลี่ยในช่วงก่อนไพร์มไทม์พุ่งขึ้นไปถึง 4.178 ในขณะที่อันดับ 2 คือ ช่อง 7 ที่ยังใช้ละครไทยมาดึงกลุ่มผู้ชมได้เรตติ้งที่ 3.256 ตามมาด้วยช่อง 3HD ด้วยเรตติ้ง 1.722  ในขณะที่ True4U มีฟุตบอลไทยลีกมาช่วยดันให้เรตติ้งขยับขึ้นมาสูงเป็นอันดับ 4 ส่วนช่อง One ใช้ซีรี่ย์จากจีน และช่อง Mono29 ใช้ซีรี่ย์จากอเมริกาได้ช่วงชิงเรตติ้งในช่วงก่อนไพร์มไทม์ซึ่งได้ใกล้เคียงกัน

พอเข้าช่วงไพร์มไทม์ช่อง 7 โดดกลับมาเป็นผู้นำเรตติ้งอีกครั้งด้วยคอนเทนท์ละครไทยกับเรตติ้งสูงสุดที่ 4.007  ช่อง Workpoint ยังคงลากไมค์ทองคำมาจนถึงช่วงต้นของไพร์มไทม์จนได้เรตติ้งสูงสุดอยู่ที่ 2.642 แล้วเรตติ้งค่อย ๆ ดิ่งลง ที่น่าสนใจคือ ช่อง 8 ซึ่งใช้กีฬามวยไทยมาดึงเรตติ้งขึ้นถึง 2.141 ขยับมาเป็นอันดับ 3 ในช่วงต้นไพร์มไทม์ทั้งวันเสาร์ และอาทิตย์ ส่วนช่อง 3HD ก็ยังคงใช้คอนเทนท์ละครไทยเป็นหลักในการรักษาระดับกลุ่มผู้ชมให้อยู่คงที่ได้จนกลับมาเป็นอันดับ 2 เช่นเดิมกับเรตติ้งสูงสุดที่ 1.908 สำหรับช่อง One เลี่ยงการใช้คอนเทนท์ละครไทยมาสู้ในช่วงไพร์มไทม์ของ Weekend หันมาใช้คอนเทนท์การแข่งขันร้องเพลงอย่าง ศึกวันดวลเพลง และเดอะสตาร์ซึ่งทำให้ช่อง One ขยับขึ้นมาถึงอันดับที่ 3 ได้เช่นกันในช่วงกลางของไพร์มไทม์ด้วยเรตติ้ง 1.055 ตามมาด้วยช่อง True4U ที่ยังคงยึดการถ่ายทอดสดไทยลีกดึงคอกีฬาให้อยู่กับช่องได้ด้วยเรตติ้ง 0.964 และเมื่อจบการถ่ายทอดสดก็เสียตำแหน่งให้กับ Mono29 ที่รอเสียบด้วยคอนเทนท์ภาพยนตร์เรื่องยาวจากต่างประเทศที่ได้เรตติ้งถึง 1.063 อีกหนึ่งช่องที่มาแรงในช่วงไพร์มไทม์ก็คือ PPTV ที่ใช้คอนเทนท์กีฬาทั้งจากพรีเมียร์ลีกสลับกับบุนเดสสิก้าเข้ามาช่วยให้เรตติ้งขยับมาไล่เลี่ยกับอันดับ 6 เลยทีเดียว

จากกราฟที่นำมาเสนอในครั้งนี้ ก็คงจะพอเห็นถึงความนิยมในคอนเทนท์ของผู้บริโภคที่ค่อนข้างหลากหลาย และแตกต่างกันระหว่างวันทำงาน และวันหยุด ก็ขึ้นอยู่กับว่า ดิจิตอลทีวีอันดับรอง ๆ จะเลือกการนำคอนเทนท์ประเภทไหนเข้ามาใช้หรือวางผังรายการอย่างไร เพื่อให้ได้ความนิยมหรือ   เรตติ้งเข้าช่องได้มากที่สุด