สถิติของชาวไทยในฟุตบอลยูโร 2016

0
1810

บทความโดย กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี
Khanokkhan.Prajongsangsri@mbww.com / Aunnop.duangmanee@mbww.com

ผ่านพ้นไปกับมหกรรมฟุตบอลยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ และยังได้เป็นคู่ท้าชิงชนะเลิศแต่กลับถูกประเทศโปรตุเกสแย่งแชมป์ไปครอง ซึ่งบอลยูโรครั้งนี้มีช่อง 3 เป็นแม่งานถ่ายทอดสดให้คนไทยได้ชมกันสด ๆ ทุกนัดผ่านเครือข่ายทั้งช่อง 3HD ช่อง 3SD และ 3Family  ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative ได้นำข้อมูลที่น่าสนใจของแฟนบอลชาวไทยที่ติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ครั้งนี้ตั้งแต่คู่เปิดสนามไปจนจบการแข่งขันตลอด 1 เดือนมาให้ผู้อ่านได้รับทราบกัน

71

จากผลสำรวจความนิยมเกี่ยวกับเพศ และอายุของผู้ชมฟุตบอลยูโร 2016 ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศพบว่า เพศชายให้ความสนใจในการแข่งขันครั้งนี้ 68.29% ส่วนเพศหญิง 31.71% ซึ่งจะเห็นว่าในปัจจุบันเพศหญิงให้ความสนใจในกีฬาประเภทนี้มากขึ้น สำหรับกลุ่มอายุที่ให้ความสนใจรับชมมากที่สุดคือ อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปมีสัดส่วน 33.28% ตามมาด้วยอายุ 45 – 49 ปี มีสัดส่วนอยู่ที่ 14.62% ใกล้เคียงกับกลุ่มอายุ 40 – 44 ปีที่มี 14.52% ส่วนกลุ่มอายุ 35 – 39 ปีมี 12.19% กลุ่มอายุ 30 – 34 ปี มีอยู่ราว 7% กลุ่มอายุ 25 – 29 ปีอยู่ที่ 4.57% ใกล้เคียงกับกลุ่มอายุ 20 – 24 ปีที่มี 4.61% สำหรับกลุ่มอายุ 15 – 19 ปีมีอยู่ที่ 3.85% ตบท้ายที่อายุ 4 – 14 ปีมีสัดส่วนรวมกันที่ 5.37%

72

กราฟแรกแสดงให้เห็นถึงเรตติ้งของผู้ชมฟุตบอลยูโร 2016 ในรอบแรก ซึ่งจะเห็นได้ว่า เรตติ้งส่วนใหญ่จะสูงไม่ถึง 1 ไม่เว้นแม้แต่คู่เปิดสนามเนื่องเพราะการถ่ายทอดฟุตบอลยูโรส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงตี 1 ยกเว้นในคู่ที่ถ่ายทอดสดในเวลา 19.30 น. โดยเฉพาะคู่ใหญ่ ๆ ที่อยู่ในความสนใจของแฟนบอลเท่านั้นที่สามารถทำเรตติ้งได้สูงขึ้นเกิน 3 อาทิ คู่สเปนกับสาธารณรัฐเช็ก ที่สามารถทำ    เรตติ้งได้ 3.1 คู่อังกฤษกับเวลส์ และคู่อิตาลีกับสวีเดนที่ได้เรตติ้งสูงถึง 3.6 เท่ากัน ในขณะที่คู่รัสเซียกับสโลวาเกีย และเบลเยี่ยมกับไอร์แลนด์ ถึงแม้จะแข่งในเวลาที่ดีคือ 19.30 น. แต่เป็นคู่ที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมจากแฟนบอลได้เรตติ้งไปเพียงประมาณ 1.6 และอีกคู่ที่น่าสนใจคือ คู่ฮังการีกับโปรตุเกส ซึ่งถ่ายทอดในช่วงเวลา 22.30 น. ก็ยังได้เรตติ้งไปเพียง 1.3 เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “เวลา” ที่ถ่ายทอดฟุตบอลโดยเฉพาะในรอบแรกมีผลกับเรตติ้งค่อนข้างมาก

73

เมื่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย “เวลา” ก็ยังคงเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อเรตติ้ง โดยคู่ที่ทำเรตติ้งได้สูงสุดเป็นคู่ที่ถ่ายทอดสดตอน 20.00 น. คือ สวิตเซอร์แลนด์กับโปแลนด์ ถึงแม้จะเป็นคู่ที่แฟนบอลไม่ค่อยให้ความสนใจนักแต่ก็ยังได้เรตติ้งไปถึง 2.9 ในขณะที่คู่ที่อยู่ในความสนใจของแฟนบอลชาวไทยอย่างคู่อิตาลีกับสเปนที่แข่งขันกันในช่วง 23.00 น. ซึ่งยังไม่ถือว่าดึกมากนักสำหรับแฟนบอลตัวยงสามารถดันเรตติ้งได้ถึง 2.5 ส่วนคู่ฝรั่งเศสกับไอร์แลนด์แข่งขันกันในช่วง 20.00 น. ทำเรตติ้งไปได้ 1.9 แต่คู่ที่ถ่ายทอดสดในเวลา 01.30 น. ซึ่งถึงแม้จะมีแฟนบอลเชียร์อยู่มากมายอย่างทีมโปรตุเกส และทีมอังกฤษต่างทำเรตติ้งได้ไม่ถึง 1 ทั้งคู่

74

มาดูในรอบลึก ๆ อย่างรอบ 8 ทีมสุดท้ายลากยาวไปจนถึงคู่ชิงชนะเลิศ ซึ่งจะเห็นว่า ยิ่งงวดเข้ามาแฟนบอลยิ่งให้ความสนใจกับการแข่งขันมากยิ่งขึ้น โดย “เวลา” เริ่มไม่มีความหมายกับเรตติ้งแล้วเพราะแต่ละคู่ล้วนถ่ายทอดสดกันในช่วง 01.30 น. ทุกคู่ ซึ่งแต่ละทีมเริ่มทำเรตติ้งได้สูงเกิน 1 โดยทีมโปแลนด์กับโปรตุเกสทำเรตติ้งได้ 1.0 คู่เวลส์กับคู่เบลเยี่ยมทำเรตติ้งได้ 1.6 คู่ใหญ่อย่างเยอรมนีกับอิตาลีทำเรตติ้งได้ 1.5 และคู่ฝรั่งเศสกับไอซ์แลนด์ทำเรตติ้งได้ 1.2 ยิ่งเมื่อเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเรตติ้งก็เริ่มขยับสูงขึ้น โดยคู่โปรตุเกสตัดเชือกกับเวลส์ ทำเรตติ้งไปได้ถึง 1.8 และคู่ฝรั่งเศสตัดเชือกเยอรมนีสามารถทำเรตติ้งไปได้ถึง 2.4 จนถึงคู่ชิงชนะเลิศระหว่างโปรตุเกสกับฝรั่งเศสก็สามารถทำเรตติ้งได้ถึง 2.3

จากข้อมูลในครั้งนี้น่าจะพอเห็นถึงความนิยมในเรื่องกีฬาของคนไทย ซึ่งถ้าเป็นกีฬาที่คนไทยให้ความสนใจ และยิ่งเป็นคู่สำคัญที่มีผลต่อการแข่งขันแบบน็อคเอ้าท์แล้ว ต่อให้จะถ่ายทอดสดใน “เวลา” ดึกแค่ไหนก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับกองเชียร์ชาวไทย