สื่ออินเตอร์เนต ยังโตได้อีก

0
1115

บทความโดย กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี
Khanokkhan.Prajongsangsri@mbww.com / Aunnop.duangmanee@mbww.com

สื่อที่มาแรงที่สุดในยุคนี้คงหนีไม่พ้น อินเตอร์เนต เพราะเป็นสื่อที่ใกล้ตัว และติดตามตัวเราไปในทุกฝีก้าวด้วยความแรงของระบบ 4G อีกทั้งการที่โอเปอเรเตอร์แต่ละรายมีการแจกสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้การเข้าถึงสื่ออินเตอร์เนตทำได้ง่ายขึ้น ในทุกที่ และทุกเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่สื่ออินเตอร์เนต จะโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากการรายงานผลการเติบโตของอุตสาหกรรมการซื้อสื่ออินเตอร์เนตในเดือนกรกฎาคม 2016 ของ เอซี นีลเส็นจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ทีมงาน Strategy & Innovation  ของ Initiative ได้นำข้อมูลมาให้ได้ดูกัน

11

จากภาพรวมอุตสาหกรรมการซื้อสื่อล่าสุดจะเห็นว่า สื่ออินเตอร์เน็ต เป็นสื่อที่มีการเติบโตสูงสุดถึง 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่สื่อดั้งเดิมเช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารนั้นถึงขั้นติดลบ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้สื่ออินเตอร์เนตจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมา 408 ล้านบาทก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้จากอุตสาหกรรมการซื้อสื่อโดยรวมทีหายไปถึง 6,620 ล้านบาทไปได้  ทำให้อุตสาหกรรมการซื้อสื่อโดยรวมติดลบไปถึง 8%

12

กราฟต่อมาจะเป็นการใช้เงินของกลุ่มธุรกิจที่นิยมใช้สื่ออินเตอร์เนต โดยเทียบช่วงเดียวกันของปี 2015 กับปี 2016 ซึ่งจะเห็นว่า กลุ่ม Real Estate ยังคงเป็นกลุ่มที่ใช้งบสูงที่สุด จาก 75 ล้านบาทพุ่งขึ้นสูงไปถึง 168 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนการเติบโตถึง 125% อันดับ 2 ยังคงเป็นกลุ่ม Motor Vehicle จาก 72 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเป็น 152 ล้านบาทหรือขยับถึง 112% อันดับ 3 เป็น Website ของบรรดาแบรนด์หรือองค์กรต่าง ๆ ที่หันมาเน้นการสร้างแบรนด์ และสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านสื่ออินเตอร์เนตกันมากขึ้น ส่งผลมีการเติบโตขึ้นถึง 386% หรือราว 64 ล้านบาท อันดับที่ 4 เป็นกลุ่ม Travel & Tour ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐให้การสนับสนุนให้นำค่าที่พักหรือค่าท่องเที่ยวภายในประเทศมาลดหย่อนภาษีรวมถึงการทำแคมเปญชิงโชคเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จึงทำให้กลุ่มนี้ออกมาใช้งบโฆษณากันมากขึ้นถึง 139% หรือจาก 26 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเป็น 61 ล้านบาท ส่วนกลุ่ม Communication ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวทีมีการใช้งบลดลงจาก 59 ล้านบาทลงไปเหลือ 55 ล้านบาท

ในกลุ่ม Skincare มีการใช้งบที่เพิ่มขึ้น 6% จาก 42 ล้านบาทเป็น 45 ล้านบาท รวมไปถึงกลุ่ม Entertainment และกลุ่ม Education ที่มีการใช้งบที่เพิ่มขึ้นไป 25% และ 4% ตามลำดับ ที่น่าสนใจคือ กลุ่ม Insurance มีการโยกงบจากสื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์ และวิทยุ แล้วหันมาเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยการใช้สื่ออินเตอร์เนตเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่าเลยทีเดียว รวมไปถึงกลุ่ม Retail Store ที่มีการใช้งบเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวหรือประมาณ 135%

อย่างไรก็ตาม คงต้องดูการประกาศตัวของบริษัทอุปโภคบริโภครายใหญ่อย่าง Procter & Gamble ที่บริษัทแม่ได้มีการปรับกลยุทธ์การโฆษณา โดยเริ่มลดการโฆษณาในเว็บไซต์ขนาดเล็ก รวมถึงกลุ่ม Facebook, Google, YouTube แบบเจาะจงกลุ่มผู้ใช้งาน เนื่องเพราะเป็นกลุ่มที่แคบเกินไป และมีค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะสินค้าของ P&G โดยส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าที่เจาะกลุ่มแมส ซึ่งน่าติดตามว่า นโยบายดังกล่าวจะมีผลกระทบถึงรายได้ของอุตสาหกรรมสื่ออินเตอร์เนตในเมืองไทยขนาดไหน