หนังสือพิมพ์ออนไลน์ โตวันโตคืน

0
1075

บทความโดย กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี
Khanokkhan.Prajongsangsri@mbww.com / Aunnop.duangmanee@mbww.com

ดูเหมือนความนิยมใน “หนังสือพิมพ์ออนไลน์” มีสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเราสามารถหาอ่านได้ง่ายจากในทุกๆ อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนตได้ ไม่ว่าจะเป็นจากโน้ตบุค แล็บท้อป คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือจะอ่านระหว่างเดินทางด้วยกลุ่มอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต เป็นต้น จึงทำให้เราสามารถเสพข่าวที่เกิดขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ จากสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ได้ในทุกๆ ที่ และทุกๆ เวลาที่ต้องการ

แล้วในปัจจุบัน “หนังสือพิมพ์ออนไลน์” ค่ายไหนที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านกันบ้างทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative ได้นำข้อมูลจาก Truehit.net มาแชร์ให้ได้เห็นกัน

21

จากข้อมูลล่าสุดในเดือนมีนาคม 2559 พบว่า “ข่าวสดออนไลน์” เป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด โดยมีจำนวนผู้เข้าชมเวปไซต์สูงถึง 1.4 ล้าน ในขณะที่ “ไทยรัฐออนไลน์” ตามมาเป็นอันดับสองแบบห่างๆ ที่ 7.83 แสน อันดับสามคือ “ผู้จัดการออนไลน์” มีผู้เข้าชม 5.60 แสน ส่วน “เดลินิวส์ออนไลน์” มีจำนวน 4.50 แสน หนังสือพิมพ์แนวการเมือง “มติชนออนไลน์” มีผู้เข้าชม 3.33 แสน หนังสือพิมพ์แนวธุรกิจ “โพสต์ทูเดย์ออนไลน์” มีผู้เข้าชม 1.99 แสน ส่วนหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษ “บางกอกโพสต์ออนไลน์” ติดอยู่ในอันดับ 10 มีผู้เข้าชม 5.6 หมื่นเท่านั้น

สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ “หนังสือพิมพ์ออนไลน์” แต่ละฉบับได้รับความนิยมมีผู้เข้าเวปไซต์สูงส่วนหนึ่งมาจากการสร้างกระแสในโซเชียลเนตเวิร์คต่างๆ โดยเฉพาะการใช้ เฟซบุ๊ค เป็นฐานในการดึงจำนวนผู้เข้าชมเวปไซต์ โดยจะเห็นว่า ข่าวสดออนไลน์ มีจำนวนผู้ติดตามถึง 7,688,913 ไทยรัฐออนไลน์ มีจำนวน 4,748,718 ผู้จัดการออนไลน์มี 932,246 มคิขนออนไลน์ มี 438,113 โพสต์ทูเดย์ออนไลน์มีถึง 2,751,409 ซึ่งจำนวนดังกล่าวจะมีผลต่อเวปไซต์ขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การนำเสนอข่าวว่าเป็นที่น่าสนใจของกลุ่มเป้าหมายเพียงใด

22

ทั้งนี้จำนวนผู้เข้าเวปไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์สูงๆ นั้นสามารถบ่งบอกถึงความนิยมในเวปไซต์นั้นได้ก็จริง แต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีคุณภาพ และความน่าสนใจของเนื้อหาสาระในเวปไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ก็คือ เวลาเฉลี่ยต่อครั้งในการเข้าเวปไซต์เพื่อเสพข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในเวปไซต์ที่ได้เข้าไป ซึ่งจะเห็นได้ว่า ผู้เข้าชมเวปไซต์ “ผู้จัดการออนไลน์” ใช้เวลาในการเข้าไปเสพข้อมูลต่อครั้งมากที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 6.16 นาที อันดับต่อมาคือ “ไทยรัฐออนไลน์” ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 5.52 นาที ถัดมาเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอย่าง “บางกอกโพสต์ออนไลน์” ที่ใช้เวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 5.48 และ “แนวหน้าออนไลน์” มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.20 ส่วนเวปไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ฉบับอื่นๆ มีค่าเฉลี่ยในการเข้าไปเสพเนื้อหาอยู่ที่ประมาณ 4 นาทีกว่าๆ แทบทั้งสิ้น ยกเว้นเพียงเวปไซต์ “ข่าวสดออนไลน์” ซึ่งมียอดผู้เข้าชมสูงสุดแต่กลับมีเวลาเฉลี่ยในการเสพข่าวเพียง 2.56 นาทีเท่านั้น

จากข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์พอจะบอกได้ในระดับหนึ่งว่า หากผู้ประกอบการจะพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงโฆษณาในสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ อย่ามองเพียงแค่จำนวนผู้เข้าใช้เวปไซต์เยอะ หรือเวลาที่ใช้ในการเสพข่าวมากเท่านั้น หากแต่ควรจะใช้ข้อมูลด้านอื่นๆ เข้ามาพิจารณาประกอบด้วย เช่น จำนวนหน้าที่เข้าในแต่ละเวปไซต์ จำนวนคนที่เข้าซ้ำ เพศ และอายุของผู้เข้าเวปไซต์ รวมไปถึงเนื้อหาที่นำเสนอ ซึ่งก็ต้องปรึกษานักวางแผนสื่อโฆษณาทั้งนี้ก็เพื่อการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ในแต่ละเวปไซต์จะได้ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่สุดนั่นเอง