ข่าวเช้า ถึงยุคเปลี่ยนจุดขาย

0
1597

บทความโดย กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี
Khanokkhan.Prajongsangsri@mbww.com / Aunnop.duangmanee@mbww.com

เป็นข่าวเป็นคราวกันมาพักใหญ่กับรายการข่าวภาคเช้าอย่าง “เรื่องเล่าเช้านี้” ของช่อง 3 HD ที่ถูกโค่นแชมป์ไปได้โดยรายการเช้านี้ที่หมอชิตของช่อง 7 แต่ถ้าหากยังพอจำได้ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative ได้เคยวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลของข่าวภาคเช้ามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2016 แล้วว่า ความนิยมในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ตกลงเนื่องเพราะการนำเสนอข่าวที่เคยเป็น “จุดขาย” คือ เน้นการเล่าข่าว และการให้รายละเอียดในเนื้อข่าวแต่ละข่าว จนทำให้ปริมาณของข่าวที่ให้เสพมีน้อย และไม่ได้นำเสนอข่าวคราวที่หลากหลายในขณะที่ช่องอื่น ๆ เน้น “จุดขาย” ที่ปริมาณข่าว และการนำเสนอที่กระชับฉับไว จนสามารถทำเรตติ้งขยับขึ้นมาใกล้เคียงแล้วโค่นรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ไปได้สำเร็จ ทั้งนี้เพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของความนิยมในเรื่องจุดขายดังกล่าว จึงขอย้อนนำข้อมูลมาเสนอให้เห็นกันอีกครั้ง

51

ทีมงานได้นำข้อมูลเรตติ้งของผู้ชมข่าวภาคเช้าที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปทั้งชาย และหญิงของกลุ่มผู้ชมทั่วประเทศ จะเห็นว่า เรตติ้งของข่าวภาคเช้าตั้งแต่เดือนมกราคม 2016 เรตติ้งของช่อง 7 HD ซึ่งเน้นการนำเสนอข่าวในลักษณะที่กระชับฉับไว และครอบคลุม เริ่มขยับเกาะติดช่อง 3 HD ที่ยังคงยึดมั่นในการเล่าข่าว และให้รายละเอียดในแต่ละข่าวอยู่เหมือนเดิม ส่วนม้ามืดคือ ช่อง 8 ซึ่งใช้จุดขายเช่นเดียวกับช่อง 7HD ก็เริ่มมีเรตติ้งที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับ Workpoint TV ในขณะที่ช่อง 9 และช่อง Thairath TV รวมไปถึงช่องข่าวโดยตรงอย่าง Nation TV ที่ยังคงมีจุดขายในการเล่าข่าวมีผู้เสพข่าวที่ค่อนข้างจะคงที่ พอเข้าเดือนมีนาคมเรตติ้งรายการ “เช้านี้ที่หมอชิต” ก็สามารถแซง “เรื่องเล่าเช้านี้” ได้สำเร็จ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นช่วงที่พิธีกรเล่าข่าวชื่อดังยังคงดำเนินรายการอยู่ด้วยซ้ำ

52

เมื่อมาดูในกลุ่มผู้ชมข่าวภาคเช้าที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไปทั้งชาย และหญิงในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นฐานผู้ชมหลักของช่อง 3 HD ตั้งแต่ต้นปี 2016 ก็จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกันกล่าวคือ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ มีความนิยมที่ลดลงในขณะที่ เช้านี้ที่หมอชิต มีความนิยมเพิ่มขึ้นจนสามารถแซงไปได้ในเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ข่าวภาคเช้าของช่อง 8 และช่อง Workpoint TV ก็เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ส่วนช่อง 9 ช่อง Thairath TV และช่อง Nation TV ยังคงรักษาฐานผู้ชมไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม

เป็นที่น่าสังเกตุว่า กลุ่มดิจิตอลทีวีประเภทช่องข่าวต่าง ๆ กลับไม่ติดอันดับต้น ๆ เนื่องเพราะยังคงเน้น “จุดขาย” ด้วยวิธีการนำเสนอข่าวที่ให้ความสำคัญหรือการวิเคราะห์ในแต่ละข่าวมากเกินไป ในขณะที่ผู้เสพข่าวมีความนิยมชมชอบเนื้อข่าวที่สั้นกระชับเนื่องเพราะเวลาที่มีจำกัดในแต่ละเช้า จึงต้องการข่าวที่ครอบคลุม และไม่เยิ่นเย้อ ส่งผลให้ช่องที่นำเสนอข่าวสั้น ๆ กระชับ ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลในครั้งนี้ก็น่าจะทำให้ดิจิตอลทีวีหลาย ๆ ช่องที่เรตติ้งไม่ขยับควรเปลี่ยนหรือหาวิธีในการนำเสนอข่าวที่โดดเด่นหรือมีจุดขายที่แตกต่างเพื่อสร้างฐานผู้ชมให้เพิ่มมากขึ้น