6 เหตุผล ทำไมเราควรให้ความสำคัญกับ Content ที่หายไปบน Instagram?

0
1272

วงการโฆษณาได้เปลี่ยนโดยเฉพาะกับสิ่งที่เกิดขึ้นบน Smartphone ของเรา ตั้งแต่การโฆษณาที่สั้นลงและเรื่องราวที่จะถูกลบหายในชั่วข้ามคืน ด้วยรูปแบบใหม่ๆเหล่านี้ได้เป็นส่วนที่สำคัญสำหรับการใช้ความคิดสร้างสรรค์กับการโฆษณาบน Smartphone

“ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากข้อจำกัด” คำกล่าวข้างต้นยังคงเป็นจริงอยู่เสมอแต่คำถามต่อไปที่น่าสนใจคือเรารับมือยังไงกับความสนใจของผู้คนที่สั้นลงเรื่อยๆ เช่นการไสลด์ดู Feed ต่างๆที่ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 1.7 วินาที รวมไปถึงการคงอยู่ของ Content ของเราที่มีอายุแค่ 24 ชั่วโมงอย่าง Instagram Stories ที่นักการตลาดไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักแต่ในทางกลับกันนี่อาจจะทำให้เกิดการค้นพบใหม่ๆให้กับวงการความคิดสร้างสรรค์ก็ได้และนี่ก็คือ 6 เหตุผลว่าทำไม

shutterstock_665858467

1.วิธีการเข้าถึงเรื่องราวที่เปลี่ยนไป
ถ้าหากเรามองเห็นแค่ว่ารูปแบบของ Instagram stories เป็นข้อจำกัดอาจจะทำให้เรารู้สึกลำบากในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ แต่ในทางกลับกันถ้าเรามองว่านี่คือโอกาสใหม่ๆที่นอกเหนือจาก วีดีโอความยาว 15 วินาที และการแช่ภาพนิ่ง 3 วินาทีที่เราคุ้นเคย ว่าจริงๆแล้วรูปแบบของ Content ไม่ได้ถูกจำกัดและไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวอีกต่อไปแล้ว Content ของเราอาจจะเกิดจาก Production ขนาดใหญ่ หรืออะไรบางอย่างที่สร้างขึ้นอย่างรวดเร็วบน Smartphone ที่สามารถนำเสนอต่อคนเป็นล้านๆได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ล่าสุด Lowe ได้ปล่อย Microvideo 64 ชิ้นที่มีความยาวสั้นกว่าตัวละ 1 วินาทีเพื่อสร้างเทคนิคแบบสมุดภาพ เนื่องจากผู้คนสมัยนี้มักจะกดข้ามตอนไป พวกเค้าจึงสร้าง Clip ที่สั้นเกินกว่าที่พวกเค้าจะกดข้ามหรือเลื่อนได้ทัน นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งของความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นไปได้

2.มันคือการทดลอง
เรื่องราวคือจุดเชื่อมที่สำคัญระหว่าง Brands กับการรับรู้และประสบการณ์ของผู้คน กิจกรรมง่ายๆอย่างเช่น การเลื่อนไปข้างหน้า กดหยุด กดย้ำๆ หรือ ปัดหน้าจอไปๆมา สามารถเรียกความสนใจของผู้คนขณะใช้โทรศัพท์ได้ไม่น้อยทีเดียว การสร้างลูกเล่นเล็กๆน้อยๆกับรูปภาพหรือวีดีโอที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมในการใช้ความคิดสร้างสรรค์และมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ Brands อยากนำเสนอก็น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

3.รูปแบบที่ไม่ตายตัวเปิดโอกาสให้ทุกรายละเอียด
หากคุณมีมากกว่า 1 ข้อความที่อยากจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายคุณสามารถทำให้มันสั้นหรือยาวแบบไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ คุณสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับเรื่องราวของคุณด้วยการเติมสิ่งเล็กๆที่คนอื่นๆอาจจะมองข้าม เช่นถ้าคุณเป็น Brands แฟชั่น คุณก็สามารถพาทุกๆคนไปเยี่ยมชมฝ่ายศิลป์และแผนกออกแบบของ Brands ได้เช่นกันเพื่อเป็นการเชื่อมผู้คนเข้ากับ Brands ของคุณให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

Illustration: Yuliya Kim
Illustration: Yuliya Kim

4.เพราะพวกเค้าอยู่ที่นี่
ทุกวันนี้มีผู้ใช้ Instagram Stories กว่า 250 ล้านคนทั่วโลก คนที่อายุน้อยกว่า 25 ปีใช้เวลาเฉลี่ยกว่า 32 นาทีต่อวันกับ Instagram ในขณะกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 25 ปีใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 24 นาที ในช่วงเวลาที่พวกเค้าใช้กับ Instagram นั้น เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่นักการตลาดจะปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ต่างๆและมอบให้สิ่งใหม่ๆเพื่อให้พวกเค้าหลงรัก

5.ความมันส์กับการใช้ความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบ
Instagram ได้ทำการปล่อย Feature ใหม่ๆมากกว่า 20 แบบใน Stories ตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อสิงหาคมปี 2016 ไม่ว่าจะเป็น full-screen, boomerang videos, polling stickers, face filters, drawing tools และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำให้ Brands สามารสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆได้อย่างไม่จำกัดที่สำคัญคือความรวดเร็วที่สูงขึ้น แต่กลับใช้ต้นทุนที่น้อยลง ในการผลิตแต่ละชิ้นงาน

6.ความประทับใจไม่จางหาย
ถ้าเรามองข้ามข้อจำกัดเรื่องอายุ 24 ชั่วโมงไปได้ เราจะค้นพบว่านี่คือจุดแข็งที่จะดึงผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วมกับ Brands เร็วขึ้นและมากขึ้น FOMO (Fear Of Missing Out ) หรือความกลัวที่จะไม่มีส่วนร่วม จะช่วยผลักดันให้พวกเค้าต้องรีบเข้ามามีส่วนร่วมกับ Content นั้นๆเพราะพวกเค้ารู้ดีว่ามันจะหายไป จำไว้ว่ามันอาจจะหายไปจากระบบแต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะหายไปจากความทรงจำ

Source

15731995_10154802680482207_2808887760603311513_o
Teeppipat Buamuenvai
Corporate Communications Manager
IPG Mediabrands Thailand